ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มอบหมายให้ ดร.ภัทรัตน์ พันธุ์ประสิทธิ์ และนางสาวแพรวา ผดุงเรืองกิจ คณะผู้วิจัยโครงการ “A Comparative Survey of Local Product Supply Chain and Policy to Support Local Growth Engine in Japan and Thailand” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก The Asahi Glass Foundation เดินทางไปยังเมืองโอบิฮิโระ (Obihiro) จังหวัดฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 13-16 กรกฎาคม 2569 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากผ่านภาคเกษตร อุตสาหกรรมอาหาร และปศุสัตว์ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโคนมและโคเนื้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในฐานเศรษฐกิจสำคัญของกิ่งจังหวัดโทคาจิ (Tokachi)
 
ในการเดินทางครั้งนี้ คณะผู้วิจัยได้เข้าพบและหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรความร่วมมือทางการเกษตร และภาคเอกชนที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและห่วงโซ่คุณค่าด้านการเกษตรของพื้นที่ ได้แก่ Tokachi General Promotion Bureau, Yotsuba Milk Products Tokachi Main Factory, Tokachi Federation of Agricultural Cooperatives, Hokuren Obihiro Branch ตลอดจน Economic Planning Division ของเมืองโอบิฮิโระ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญในการขับเคลื่อนแนวคิด “Food Valley Tokachi”
 
การหารือมุ่งศึกษารูปแบบการบริหารจัดการภาคเกษตรและปศุสัตว์อย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การรวมกลุ่มและสนับสนุนเกษตรกร การยกระดับมาตรฐานและประสิทธิภาพการผลิต การแปรรูปและเพิ่มมูลค่าผลผลิต ตลอดจนการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สหกรณ์ ภาคธุรกิจ และผู้ประกอบการในพื้นที่ เพื่อเชื่อมโยงการผลิต การตลาด และการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างครบวงจร
 
การเข้าพบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยหน่วยงานต่าง ๆ ในภูมิภาคโทคาจิให้ความสนใจต่อแนวทางการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ร่วมกับประเทศไทย นอกจากนี้ หน่วยงานในพื้นที่ยังแสดงความพร้อมที่จะพัฒนาความร่วมมือ หากมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของไทยสนใจแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านการเกษตรและปศุสัตว์ โดยเฉพาะการบริหารจัดการอุตสาหกรรมโคนมและโคเนื้ออย่างครบวงจร
 
การเดินทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการวิจัยที่มุ่งถอดบทเรียนจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาประยุกต์ใช้เป็นต้นแบบการพัฒนาท้องถิ่นของไทย โดยกรณีศึกษาภูมิภาคฮอกไกโดและจังหวัดสระบุรีเป็นหนึ่งในคู่พื้นที่ศึกษาสำคัญของโครงการ ควบคู่กับกรณีเมืองคานาซาวะและจังหวัดลำปาง รวมถึงจังหวัดโอกินาวะและจังหวัดราชบุรี เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาที่สอดคล้องกับศักยภาพและบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่
 
นับเป็นอีกก้าวสำคัญของ STIPI ในการเรียนรู้ระบบเกษตรและปศุสัตว์ของญี่ปุ่น โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมโคนมและโคเนื้อ ควบคู่กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านความร่วมมือของหน่วยงานและภาคส่วนต่าง ๆ ในพื้นที่ บทเรียนจากเมืองโอบิฮิโระและกิ่งจังหวัดโทคาจิจะนำไปสู่การพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย เพื่อยกระดับเกษตรกรรมและปศุสัตว์จากกิจกรรมการผลิตขั้นต้นไปสู่ “กลไกขับเคลื่อนท้องถิ่น” หรือ Local Growth Engine ที่สร้างมูลค่า รายได้ และความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน