วันที่ 9 มิถุนายน 2569 ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) พร้อมด้วยคณะผู้วิจัย ภายใต้โครงการ “A Comparative Survey of Local Product Supply Chain and Policy to Support Local Growth Engine in Japan and Thailand” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจาก The Asahi Glass Foundation ระหว่างปี 2568–2569 ลงพื้นที่จังหวัดสระบุรี เพื่อหารือแนวทางการดำเนินงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ และรับฟังข้อมูลเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัด
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อศึกษาห่วงโซ่ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น และกลไกเชิงนโยบายที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจท้องถิ่น ภายใต้แนวคิด “กลไกการขับเคลื่อนท้องถิ่น” หรือ Local Growth Engine ผ่านการเปรียบเทียบกรณีศึกษาระหว่างจังหวัดในประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย ได้แก่ ฮอกไกโด–สระบุรี โอกินาว่า–ราชบุรี และคะนะซะวะ/จังหวัดอิชิกาวะ–ลำปาง เพื่อสกัดบทเรียนเชิงนโยบายสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีฐานจากอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ และศักยภาพของชุมชน
คณะผู้วิจัยได้เข้าพบและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้แทนจากหน่วยงานสำคัญในพื้นที่ ได้แก่
- ศูนย์วิจัยการผสมเทียมและเทคโนโลยีชีวภาพ โดยมีนางสาวอภิญญา วิจารณ์ นายสัตวแพทย์ชำนาญการ รองผู้อำนวยการ และนางเจริญรัตน์ ศรีรัตนพันธ์ นักวิชาการสัตวบาลปฏิบัติการ ร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) โดยมีคุณธิดารัตน์ มุ่งดี หัวหน้าฝ่ายวิจัยและพัฒนาการเลี้ยงโคนม นายพจน์ ฤทธิ์ไสว หัวหน้าแผนกวิชาการโคนม และนายอธิวัฒน์ น้อยทิม นักสัตวบาล 5 รักษาการหัวหน้าแผนกพัฒนาการเลี้ยงโคนม ร่วมให้ข้อมูลเกี่ยวกับการพัฒนาการเลี้ยงโคนมและการสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่
การลงพื้นที่จังหวัดสระบุรีและร่วมหารือครั้งนี้ทำให้ได้รับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์การเลี้ยงโคนม การผลิตผลิตภัณฑ์จากนม และบทบาทของหน่วยงานในพื้นที่ในการสนับสนุนเกษตรกรและสหกรณ์โคนม โดยเฉพาะการใช้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการพัฒนาคุณภาพการผลิต การเพิ่มประสิทธิภาพของห่วงโซ่อุปทาน และการยกระดับผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างยั่งยืนและได้เห็นถึงบทบาทสำคัญของ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในการทำงานร่วมกับเกษตรกรและสหกรณ์โคนม ตลอดจนกลไกการสนับสนุนในระดับพื้นที่ที่ช่วยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการพัฒนาอาชีพเข้ากับเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการศึกษานโยบาย Local Growth Engine ในบริบทของประเทศไทย
จึงนับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของความร่วมมือระหว่างสถาบันฯ หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานท้องถิ่น และภาคีในพื้นที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นบนฐานศักยภาพของชุมชน อุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นต้นแบบของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สามารถต่อยอดไปสู่พื้นที่ศึกษาอื่น ๆ ภายใต้โครงการในระยะต่อไป
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง : https://www.facebook.com/STIPI.KMUTT/posts/pfbid0VHgTSKME4hQwqGmvkvvmoufwg2rPgxzny2FwJkM3xcDaNKJaWeAGR8hBL5enBLrwl

















